แยกบัญชีกิจการกับบัญชีส่วนตัว เรื่องที่คนทำร้านค้าต้องรู้
ปัญหาอย่างหนึ่งของคนทำร้านค้า เช่น ร้านชำ ร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว มักพบเจอนั่นคือ การนำเงินกิจการและเงินส่วนตัวมาใช้ร่วมกันจนสุดท้ายมองไม่เห็นผลกำไรขาดทุนแท้จริง ซึ่งเป็นเรื่องเสี่ยงมากในการบริหารเงินทุน ไปจนถึงใช้เงินกับเรื่องส่วนตัวจนทั้งหมดกลายเป็นเงินหมุน ไม่มีเงินเก็บ ธุรกิจทุนหายกำไรหด ด้วยเหตุนี้จึงต้องเริ่มต้นแยกบัญชีกิจการกับบัญชีส่วนตัวออกจากกันอย่างชัดเจน ทำไมควรแยกบัญชีกิจการกับบัญชีส่วนตัวออกจากกัน เหตุผลสำคัญที่ควรแยกบัญชีกิจการกับบัญชีส่วนตัวออกจากกันให้ชัดเจนเพื่อให้คุณมองเห็นแนวโน้มของธุรกิจว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีผลกำไรขาดทุนไปตามทิศทางไหน และสิ่งสำคัญมากมันจะไม่ทำให้เจ้าของร้านเจอปัญหา “จมทุน” จนขาดสภาพคล่องทั้งเงินใช้จ่ายส่วนตัวและเงินของธุรกิจ เมื่อคุณแยกบัญชีร้านออกจากบัญชีเงินส่วนตัวชัดเจนแล้วยังช่วยให้การวางแผนธุรกิจง่ายขึ้น มองเห็นความเป็นจริง หากธุรกิจยังมีผลกำไร เดินหน้าต่อได้ แสดงว่าทำมาถูกทาง แต่เมื่อไหร่ที่ทุนหาย กำไรหด อาจต้องรีบปรับกลยุทธ์ หรือปรับสินค้า / บริการเพื่อโอกาสเดินหน้าต่อในอนาคต อีกประเด็นสำคัญที่อยากแนะนำเพิ่มเติมเมื่อมีการแยกบัญชีแล้วหลายคนสงสัยว่าแบบนี้รายได้เจ้าของธุรกิจมาจากไหน? คำตอบก็ง่ายมาก คุณต้องตั้งรายได้ของตนเองชัดเจนว่าแต่ละวัน แต่ละเดือน จะจ่ายเงินให้กับตัวเองเท่าไหร่ เพราะนั่นถือเป็นต้นทุนทางธุรกิจอย่างหนึ่ง ไม่ใช่การคำนวณผลกำไรทั้งหมดเป็นรายได้ เพราะถ้าทำแบบนั้นสุดท้ายก็จะกลับไปวนหาเรื่องการจมทุนเหมือนเดิมเพราะคิดว่ากำไรทั้งหมดคือเงินส่วนตัวของตนเองโดยลืมนึกถึงกิจการก็ต้องใช้เงินหมุนเวียนเพื่อลงทุนด้วยเช่นกัน แยกบัญชีกิจการกับบัญชีส่วนตัวอย่างไรให้มีผลลัพธ์ที่ดี 1. แยกบัญชีการรับ-จ่ายเงินของตนเองและกิจการให้ชัดเจนอธิบายง่าย ๆ คือ มีการเปิดบัญชีเฉพาะสำหรับทำธุรกิจ จากนั้นเงินทุกบาทที่เป็นรายได้และค่าใช้จ่ายต้องทำผ่านบัญชีดังกล่าวเท่านั้น เพื่อให้คุณมองเห็นตัวเลขแท้จริงถึงแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นกับร้านค้าของตนเอง 2. บันทึกบัญชีธุรกิจแบบง่าย ๆ ไว้เสมอไม่ว่าจะขายได้เท่าไหร่ หรือมีรายจ่ายส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับร้านค้าต้องจดบันทึกบัญชีไว้เสมอ สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการแยกรายรับ รายจ่าย และผลรวม … Read more